เวลาอ่าน: 7 นาที | หมวดหมู่: เครื่องมือและวิธีการ Coaching | อัปเดตล่าสุด: มีนาคม 2026
ประเด็นสำคัญ
- Intake form ที่ดีเปลี่ยนการเดาเป็นข้อมูลจริงก่อนเขียนโปรแกรมแม้แต่ชิ้นเดียว
- Health history และ injury screening ไม่ใช่ตัวเลือก เป็นตาข่ายนิรภัยทางกฎหมายและวิชาชีพ
- เก็บรายละเอียด lifestyle เช่น การนอน ความเครียด ตารางงาน ให้บริบทที่ทำให้เขียนโปรแกรมดีขึ้น
- คำถามตั้งเป้าหมายช่วยแปลงความต้องการคลุมเครือ ("อยากกระชับ") เป็นผลลัพธ์ที่วัดได้
- ประวัติ training และ preference ป้องกันไม่ให้เขียนโปรแกรมที่มีท่าที่ลูกค้าเกลียดหรือยังทำไม่ได้
- กระบวนการ intake ที่แข็งแกร่งยังสร้างความไว้วางใจ ลูกค้ารู้สึกว่าถูกรับฟังก่อนเริ่มฝึกด้วยซ้ำ
6 Section ของ Intake Form
1. ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ อายุ อีเมล เบอร์โทร ช่องทางติดต่อที่ชอบ
2. Health History และ Injury Screening
โรคประจำตัว ยาที่ทาน อาการบาดเจ็บปัจจุบัน/อดีต ข้อจำกัดการเคลื่อนไหว
3. เป้าหมาย
เป้าหมายหลัก 1 ถึง 2 อย่าง กรอบเวลา ทำไมเป้าหมายนี้สำคัญ
4. Lifestyle
ตารางงาน (กะเช้า/บ่าย/กลางคืน) ระดับ stress (1 ถึง 10) ชั่วโมงนอนเฉลี่ย กิจกรรมอื่นที่ทำ
5. ประวัติ Training
เคยฝึกมาก่อนไหม? กี่ปี? ท่าที่ชอบ/ไม่ชอบ? อุปกรณ์ที่มีถ้าฝึกที่บ้าน?
6. โภชนาการ
รูปแบบการกิน (มื้อ/วัน) อาหารแพ้/ข้อจำกัด เป้าหมาย nutrition
Gymkee ให้คุณส่ง intake form ดิจิทัลและ onboard ลูกค้าใหม่ผ่านแอป ทดลอง Gymkee ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต