เวลาอ่าน: 7 นาที | หมวดหมู่: เครื่องมือและวิธีการ Coaching | อัปเดตล่าสุด: มีนาคม 2026
ประเด็���สำคัญ
- Fitness assessment ไม่ใช่การสอบที่ลูกค้าผ่านหรือไม่ผ่าน เป็น baseline ที่ทำให้ทุกการตัดสินใจในอนาคตฉลาดขึ้น
- Movement screening มาก่อนเสมอ ต้องรู้ว่าคนเคลื่อนไหวยังไงก่อนใส่ load
- Body composition มีประโยชน์กว่าน้ำหนักตัวอย่างเดียว แต่เลือกวิธีที่ทำซ้ำได้สม่ำเสมอ ไม่ใช่วิธีที่แพงที่สุด
- Strength baseline ไม่จำเป็นต้องทดสอบ 1RM การประมาณจาก submaximal ปลอดภัยกว่าและมีประโยชน์เท่ากันสำหรับเขียนโปรแกรม
- Cardio testing เผย recovery capacity และ work tolerance สิ่งที่กำหนดการออกแบบ session โดยตรง
- Reassessment ทุก 8 ถึง 12 สัปดาห์เปลี่ยนข้อมูลเป็น motivation ลูกค้าที่เห็นความก้าวหน้าที่วัดได้จะอยู่นานกว่า
4 การทดสอบที่สำคัญ
1. Movement Screening
ทดสอบ overhead squat, single leg balance, push up form ดูการเคลื่อนไหวพื้นฐานก่อนเขียนโปรแกรม
2. Body Composition
วิธีที่แนะนำ: เทป/สายวัด (ง่าย ทำซ้ำได้) หรือ skinfold caliper ดีกว่าแค่น้ำหนักตัว
3. Strength Baseline
ประมาณ 1RM จาก submaximal: ให้ลูกค้ายกน้ำหนักที่ทำได้ 5 ถึง 8 rep แล้วคำนวณ ปลอดภัยกว่า 1RM test จริง
4. Cardio/Recovery
Step test หรือ timed walk/run ง่ายๆ วัด heart rate recovery ดูความสามารถฟื้นตัว
Gymkee ให้คุณบันทึกผล assessment และ track progress ของลูกค้าผ่านแอป ทดลอง Gymkee ฟ���ี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต